รวมข้อมูลสถานการณ์ป่าไม้ของโลก แบ่งเป็นสองส่วนหลัก ส่วนแรกอธิบายว่าป่าไม้ของโลกลดลงไปมากน้อยเพียงใดในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา อ้างอิงจากข้อมูลของ FAO Global Forest Resources Assessment, Global Forest Watch และ Our World in Data ส่วนที่สองพาไปรู้จักป่าที่ใหญ่และสำคัญที่สุด 20 แห่งของโลกในปัจจุบัน พร้อมขนาดพื้นที่ ชนิดสัตว์ป่าเด่น และสถานะการอนุรักษ์ของแต่ละแห่ง

ข้อควรทราบ: ตัวเลขขนาดพื้นที่ป่าจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ อาจแตกต่างกันเล็กน้อย เนื่องจากแต่ละแหล่งใช้นิยามขอบเขตของ “ป่า” หรือ “ระบบนิเวศ” ไม่เหมือนกัน ตัวเลขในบทความนี้จึงเป็นค่าประมาณที่ใช้กันแพร่หลายในสื่อและงานวิจัยสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่ตัวเลขทางการที่ตายตัว

ป่าไม้โลกลดลงไปมากแค่ไหนในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา

พื้นที่ป่าไม้ในปัจจุบัน

จากรายงาน Global Forest Resources Assessment 2025 ขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ปัจจุบันโลกมีพื้นที่ป่าไม้รวมประมาณ 4.14 พันล้านเฮกตาร์ หรือคิดเป็นราว 31% ของพื้นที่บกทั้งหมดของโลก ซึ่งถือเป็นแหล่งดูดซับคาร์บอน แหล่งน้ำ และที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตที่สำคัญที่สุดของโลก

อัตราการตัดไม้ทำลายป่า (Deforestation Rate)

อัตราการตัดไม้ทำลายป่าแบบรวม (gross deforestation หรือการเปลี่ยนพื้นที่ป่าไปใช้ประโยชน์อื่น) มีแนวโน้มชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่องในช่วง 20-30 ปีที่ผ่านมา:

  • ช่วงปี 1990-2000: ตัดไม้ทำลายป่าเฉลี่ยราว 15.8-17.6 ล้านเฮกตาร์ต่อปี
  • ช่วงปี 2015-2020: ลดลงเหลือราว 10.2 ล้านเฮกตาร์ต่อปี
  • ช่วงปี 2015-2025: อยู่ที่ประมาณ 10.9 ล้านเฮกตาร์ต่อปี

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขข้างต้นยังไม่ได้หักลบกับพื้นที่ป่าที่ปลูกใหม่หรือฟื้นตัวตามธรรมชาติ เมื่อคิดเป็น “การสูญเสียป่าสุทธิ” (net forest loss) ซึ่งหักลบป่าที่งอกใหม่แล้ว จะเห็นแนวโน้มลดลงเช่นกัน:

  • ทศวรรษ 1990 (1990-2000): สูญเสียสุทธิเฉลี่ย 7.8 ล้านเฮกตาร์ต่อปี
  • ทศวรรษ 2000 (2000-2010): สูญเสียสุทธิเฉลี่ย 5.2 ล้านเฮกตาร์ต่อปี
  • ปี 2010-2020: สูญเสียสุทธิเฉลี่ย 4.7 ล้านเฮกตาร์ต่อปี
  • ปี 2015-2025 (ล่าสุด): สูญเสียสุทธิเฉลี่ยราว 4.12 ล้านเฮกตาร์ต่อปี

การสูญเสียป่าสะสมในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา

เมื่อนำอัตราการสูญเสียป่าสุทธิรายทศวรรษของ FAO มาประมาณการรวมสำหรับช่วง 20 ปีล่าสุด (ราวปี 2004-2024) พบว่าโลกสูญเสียพื้นที่ป่าสุทธิไปแล้วประมาณ 100-120 ล้านเฮกตาร์ หรือราว 1-1.2 ล้านตารางกิโลเมตร ซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกับประเทศเปรูหรือแอฟริกาใต้ทั้งประเทศ (ตัวเลขนี้เป็นการคำนวณโดยประมาณจากอัตรารายทศวรรษที่ FAO เผยแพร่ ไม่ใช่ตัวเลขทางการที่รายงานตรงกรอบเวลา 20 ปีพอดี)

หากขยายกรอบเวลาไปถึงปี 1990-2020 (30 ปี) พบว่ามีพื้นที่ป่าที่ถูกเปลี่ยนไปใช้ประโยชน์อื่นแบบรวม (gross conversion) มากถึง 420 ล้านเฮกตาร์ ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าประเทศอินเดียทั้งประเทศ แม้ตัวเลขสุทธิ (หลังหักป่าที่ฟื้นตัว) จะน้อยกว่านี้มาก แต่ก็สะท้อนถึงแรงกดดันมหาศาลที่เกิดขึ้นกับผืนป่าโลกในช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมา

ที่น่าสังเกตคือ ป่าเขตร้อน (tropical rainforest) อย่างแอมะซอนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นกลุ่มที่สูญเสียพื้นที่รุนแรงที่สุด ขณะที่ป่าสนเขตหนาว (boreal/taiga) มีการเปลี่ยนแปลงพื้นที่รวมน้อยกว่ามาก แต่กลับเผชิญปัญหาไฟป่าที่รุนแรงและถี่ขึ้น รวมถึงชั้นดินเยือกแข็งถาวร (permafrost) ที่กำลังละลายจากภาวะโลกร้อน

สาเหตุหลักของการสูญเสียป่า

  • การขยายพื้นที่เกษตรกรรมและปศุสัตว์ โดยเฉพาะการเลี้ยงวัวและปลูกถั่วเหลืองในลุ่มน้ำแอมะซอน และการปลูกปาล์มน้ำมันในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และปาปัวนิวกินี
  • การทำไม้เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมกระดาษ
  • การขยายตัวของเมืองและโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนนและเหมืองแร่
  • ไฟป่าที่รุนแรงและถี่ขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  • การล่าและการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายที่กระทบระบบนิเวศป่าโดยรวม

ประเทศที่มีพื้นที่ป่ามากที่สุดในโลก

ประเทศ 5 อันดับแรกที่มีพื้นที่ป่าไม้มากที่สุดในโลก (รวมกันคิดเป็นกว่าครึ่งหนึ่งของพื้นที่ป่าทั้งโลก) ได้แก่:

อันดับประเทศพื้นที่ป่าหมายเหตุ
1รัสเซีย833 ล้านเฮกตาร์ราว 1 ใน 5 ของพื้นที่ป่าทั้งโลก
2บราซิล486 ล้านเฮกตาร์ส่วนใหญ่คือป่าแอมะซอน
3แคนาดา369 ล้านเฮกตาร์ส่วนใหญ่เป็นป่าไทกา
4สหรัฐอเมริกา309 ล้านเฮกตาร์รวมป่าในอะแลสกา
5จีน227 ล้านเฮกตาร์ปลูกป่าเพิ่มต่อเนื่อง

20 ป่าใหญ่ที่สุด (และสำคัญที่สุด) ของโลกในปัจจุบัน

รายชื่อนี้รวมทั้งไบโอมป่าขนาดมหึมาระดับทวีป (เช่น ไทกา แอมะซอน คองโก) และเขตอนุรักษ์ที่มีชื่อเสียงระดับโลกแม้ขนาดจะเล็กกว่า (เช่น สินหราชา มอนเตเวร์เด) เนื่องจากมีคุณค่าทางนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพสูงมาก จึงมักถูกจัดอยู่ในรายชื่อ “ป่าสำคัญที่สุดของโลก” ควบคู่กับป่าที่มีขนาดใหญ่ที่สุด

1. ไทกา (ป่าสนเขตหนาว / Boreal Forest) — ป่าที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ที่ตั้ง: รัสเซีย แคนาดา อะแลสกา (สหรัฐฯ) และกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย

ขนาดพื้นที่: ประมาณ 17 ล้านตารางกิโลเมตร คิดเป็น 11% ของพื้นที่บกทั้งหมดของโลก ถือเป็นไบโอมป่าที่ใหญ่ที่สุดในโลก

สถานะการอนุรักษ์: ไม่มีสถานะคุ้มครองแบบเดียวครอบคลุมทั้งผืน แต่มีอุทยานและแหล่งมรดกโลกขนาดใหญ่กระจายอยู่ เช่น Wood Buffalo และ Nahanni ในแคนาดา, Laponian Area ในสวีเดน และ Virgin Komi Forests ในรัสเซีย ส่วนใหญ่ของพื้นที่ยังคงถูกใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์

สัตว์ป่าเด่น: เสือไซบีเรีย มูส กวางเอลก์ หมาป่า ลิงซ์ หมีสีน้ำตาลและหมีดำ รวมถึงนกอพยพจำนวนมาก

ไทกาเก็บกักคาร์บอนไว้ในดินและชั้นพีตมากถึง 40% ของคาร์บอนบนบกทั้งหมดของโลก แต่กำลังเผชิญไฟป่าที่รุนแรงขึ้นและชั้นดินเยือกแข็งถาวรที่กำลังละลาย

2. ป่าฝนแอมะซอน — ป่าฝนเขตร้อนที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ที่ตั้ง: บราซิล เปรู โคลอมเบีย โบลิเวีย เวเนซุเอลา เอกวาดอร์ กายอานา ซูรินาม และเฟรนช์เกียนา (9 ประเทศ)

ขนาดพื้นที่: ประมาณ 5.5 ล้านตารางกิโลเมตร โดยราว 60% อยู่ในเขตประเทศบราซิล

สถานะการอนุรักษ์: มีพื้นที่คุ้มครองและเขตที่ดินชนพื้นเมืองครอบคลุมประมาณ 44% ของผืนป่า ส่วนที่เหลือยังเปิดให้ใช้ประโยชน์และเสี่ยงต่อการบุกรุก

สัตว์ป่าเด่น: เสือจากัวร์ งูอนาคอนดา นกมาคอว์ โลมาน้ำจืด และแมลงกว่า 2.5 ล้านชนิด

แอมะซอนถูกเรียกว่า “ปอดของโลก” กักเก็บคาร์บอนราว 90-140 พันล้านตัน นักวิทยาศาสตร์เตือนว่าบางส่วนกำลังใกล้ถึงจุดพลิกผันที่อาจเปลี่ยนสภาพเป็นทุ่งหญ้าสะวันนา

3. ป่าคองโก — หัวใจสีเขียวของแอฟริกา

ที่ตั้ง: สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก แคเมอรูน กาบอง สาธารณรัฐคองโก สาธารณรัฐแอฟริกากลาง และอิเควทอเรียลกินี

ขนาดพื้นที่: ประมาณ 3.7 ล้านตารางกิโลเมตร เป็นป่าฝนเขตร้อนผืนใหญ่อันดับ 2 ของโลก

สถานะการอนุรักษ์: มีอุทยานมรดกโลกยูเนสโก เช่น ซาลองกาและวิรุงกา แต่ผืนป่าส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับสถานะคุ้มครองอย่างเป็นทางการ

สัตว์ป่าเด่น: กอริลลาที่ราบลุ่ม ช้างป่า บอนโบ โอคาปิ และพืชเขตร้อนกว่า 10,000 ชนิด

ดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ราว 1.2 พันล้านตันต่อปี แต่กำลังเผชิญแรงกดดันจากเหมืองแร่และการขยายถนน

4. ป่าฝนนิวกินี — ป่าฝนผืนใหญ่ที่ยังสมบูรณ์ที่สุดในโลก

ที่ตั้ง: ปาปัวนิวกินี และอินโดนีเซีย

ขนาดพื้นที่: ประมาณ 288,000 ตารางกิโลเมตร เป็นป่าฝนเขตร้อนผืนใหญ่อันดับ 3 ของโลก

สถานะการอนุรักษ์: มี Lorentz National Park ซึ่งเป็นมรดกโลกยูเนสโก แต่หลายพื้นที่ยังไม่มีการคุ้มครองอย่างเป็นทางการ

สัตว์ป่าเด่น: นกสวรรค์ จิงโจ้ต้นไม้ นกคาสโซวารี และกล้วยไม้หลายพันชนิด

ได้รับฉายาว่า “อีเดนแห่งสุดท้าย” แต่กำลังถูกคุกคามจากการขยายสวนปาล์มน้ำมันและการทำไม้ผิดกฎหมาย

5. ป่าฝนเขตอบอุ่นวัลดิเวีย — ป่าโบราณแห่งอเมริกาใต้

ที่ตั้ง: ชิลีและอาร์เจนตินา

ขนาดพื้นที่: ประมาณ 248,000 ตารางกิโลเมตร

สถานะการอนุรักษ์: มีอุทยานและเขตอนุรักษ์หลายแห่ง แต่พื้นที่จำนวนมากยังเป็นกรรมสิทธิ์เอกชนและถูกทำไม้

สัตว์ป่าเด่น: ต้นอะเลิร์เซที่มีอายุยืนกว่า 3,500 ปี พูมา สุนัขจิ้งจอก และนกหัวขวานมาเจลลัน

เป็นหนึ่งในป่าฝนเขตอบอุ่นไม่กี่แห่งของโลก มีสิ่งมีชีวิตเฉพาะถิ่นจำนวนมาก

6. เกรทแบร์เรนฟอเรสต์ — ผู้พิทักษ์ชายฝั่งแคนาดา

ที่ตั้ง: บริติชโคลัมเบีย ประเทศแคนาดา

ขนาดพื้นที่: ประมาณ 64,000 ตารางกิโลเมตร

สถานะการอนุรักษ์: ได้รับการคุ้มครองผ่านข้อตกลง Great Bear Rainforest Agreement ราว 85% ห้ามทำการตัดไม้เชิงอุตสาหกรรม

สัตว์ป่าเด่น: หมีจิตวิญญาณ (Spirit bear) หมีกริซลี่ หมาป่าสีดำ นากทะเล และปลาแซลมอน

แม่น้ำแซลมอนในป่านี้เป็นรากฐานสำคัญของทั้งสัตว์ป่าและวัฒนธรรมชนพื้นเมือง

7. ป่าสงวนแห่งชาติทองกัสส์ — แชมป์กักเก็บคาร์บอนของสหรัฐฯ

ที่ตั้ง: รัฐอะแลสกา สหรัฐอเมริกา

ขนาดพื้นที่: ประมาณ 68,000 ตารางกิโลเมตร เป็นป่าสงวนแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ

สถานะการอนุรักษ์: พื้นที่กว่า 23,000 ตารางกิโลเมตรได้รับสถานะ Wilderness ซึ่งเป็นระดับการคุ้มครองสูงสุดของสหรัฐฯ

สัตว์ป่าเด่น: หมีสีน้ำตาล นกอินทรีหัวขาว หมาป่า และแม่น้ำที่อุดมด้วยปลาแซลมอน

เก็บกักคาร์บอนต่อพื้นที่มากกว่าป่าอื่นใดในสหรัฐฯ จนได้รับฉายาว่า “ป่าแห่งสภาพภูมิอากาศของอเมริกา”

8. ป่าชายเลนซุนดาร์บันส์ — เกราะป้องกันธรรมชาติของเอเชียใต้

ที่ตั้ง: อินเดียและบังกลาเทศ

ขนาดพื้นที่: ประมาณ 10,000 ตารางกิโลเมตร เป็นป่าชายเลนผืนใหญ่ที่สุดในโลก

สถานะการอนุรักษ์: เป็นมรดกโลกยูเนสโก มีสถานะเป็นทั้งอุทยานแห่งชาติและเขตสงวนเสือโคร่ง

สัตว์ป่าเด่น: เสือโคร่งเบงกอล จระเข้น้ำเค็ม แมวปลา กวางดาว

ช่วยป้องกันพายุไซโคลนและการกัดเซาะชายฝั่งให้กับอินเดียและบังกลาเทศ แต่กำลังเผชิญภัยจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น

9. ป่าฝนเดนทรี — ป่าฝนเขตร้อนที่เก่าแก่ที่สุดในโลก

ที่ตั้ง: รัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย

ขนาดพื้นที่: พื้นที่แกนกลางราว 1,200 ตารางกิโลเมตร อยู่ภายในเขตมรดกโลก Wet Tropics of Queensland ที่กว้างกว่าราว 9,000 ตารางกิโลเมตร

สถานะการอนุรักษ์: เป็นมรดกโลกยูเนสโก

สัตว์ป่าเด่น: จิงโจ้ต้นไม้ นกคาสโซวารี เฟินโบราณ และนกกว่า 430 ชนิด

มีอายุประมาณ 135 ล้านปี เก่าแก่กว่าป่าแอมะซอน ถือเป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิตของวิวัฒนาการ

10. เขตสงวนชีวมณฑลโบซาวาส — ปอดของอเมริกากลาง

ที่ตั้ง: ประเทศนิการากัว

ขนาดพื้นที่: ประมาณ 20,000 ตารางกิโลเมตร เป็นป่าฝนผืนใหญ่อันดับ 2 ของซีกโลกตะวันตกรองจากแอมะซอน

สถานะการอนุรักษ์: เขตสงวนชีวมณฑลยูเนสโก และเป็นพื้นที่คุ้มครองที่ใหญ่ที่สุดของนิการากัว

สัตว์ป่าเด่น: เสือจากัวร์ สมเสร็จ ลิงแมงมุม นกมาคอว์สีแดง นกอินทรีฮาร์ปี

เป็นถิ่นอาศัยของชนพื้นเมืองมิสกิโตและมายังนา ซึ่งช่วยดูแลผืนป่าผ่านวิถีชีวิตดั้งเดิม

11. ป่าฝนซีสวงปันนา — อัญมณีเขตร้อนของจีน

ที่ตั้ง: มณฑลยูนนาน ประเทศจีน

ขนาดพื้นที่: เขตปกครองซีสวงปันนามีพื้นที่ราว 19,000 ตารางกิโลเมตร โดยเขตอนุรักษ์ป่าธรรมชาติมีขนาดเล็กกว่านี้มาก

สถานะการอนุรักษ์: มีเขตอนุรักษ์ธรรมชาติแห่งชาติซีสวงปันนาดูแลพื้นที่ป่าหลัก

สัตว์ป่าเด่น: ช้างเอเชีย ชะนี เสือลายเมฆ และพืชกว่า 5,000 ชนิด

หนึ่งในผืนป่าเขตร้อนสมบูรณ์ไม่กี่แห่งที่เหลืออยู่ในจีน แต่ถูกกดดันจากสวนยางพาราและไร่ชา

12. ป่าฝนเขตร้อนฮาวาย — เกาะแห่งวิวัฒนาการ

ที่ตั้ง: หมู่เกาะฮาวาย สหรัฐอเมริกา

ขนาดพื้นที่: ประมาณ 4,100 ตารางกิโลเมตร

สถานะการอนุรักษ์: บางส่วนอยู่ในอุทยานแห่งชาติภูเขาไฟฮาวาย

สัตว์ป่าเด่น: นกฮันนี่ครีปเปอร์ ค้างคาวขนสีน้ำตาลฮาวาย เฟินยักษ์

วิวัฒนาการแยกตัวบนเกาะภูเขาไฟทำให้เกิดสิ่งมีชีวิตเฉพาะถิ่นที่หายากมาก แต่เผชิญภัยจากชนิดพันธุ์รุกราน

13. ป่าเมฆมอนเตเวร์เด — สวนกลางหมอกของคอสตาริกา

ที่ตั้ง: ประเทศคอสตาริกา

ขนาดพื้นที่: เขตอนุรักษ์หลักมีพื้นที่ราว 105 ตารางกิโลเมตร

สถานะการอนุรักษ์: เป็นเขตอนุรักษ์เอกชนที่บริหารจัดการเพื่อการอนุรักษ์และงานวิจัย

สัตว์ป่าเด่น: นกเควตซัลสีรุ้ง กบ และพืชอิงอาศัยหลากชนิด

ความชื้นส่วนใหญ่มาจากหมอกมากกว่าฝน เป็นศูนย์วิจัยด้านความหลากหลายทางชีวภาพระดับโลก

14. ป่าฝนคินาบาลู — ขุมทรัพย์ชีวภาพแห่งเกาะบอร์เนียว

ที่ตั้ง: รัฐซาบาห์ เกาะบอร์เนียว ประเทศมาเลเซีย

ขนาดพื้นที่: อุทยานคินาบาลูมีพื้นที่ราว 754 ตารางกิโลเมตร

สถานะการอนุรักษ์: เป็นมรดกโลกยูเนสโก

สัตว์ป่าเด่น: อุรังอุตัง ชะนี หมีหมาซุน และหม้อข้าวหม้อแกงลิงกว่า 6,000 ชนิด

หนึ่งในพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงที่สุดของเอเชีย แต่ถูกคุกคามจากสวนปาล์มน้ำมัน

15. แบล็กฟอเรสต์ — ป่าในตำนานของเยอรมนี

ที่ตั้ง: รัฐบาเดิน-เวือร์ทเทมแบร์ก ประเทศเยอรมนี

ขนาดพื้นที่: ประมาณ 6,000 ตารางกิโลเมตร

สถานะการอนุรักษ์: เป็นอุทยานธรรมชาติ ไม่ใช่เขตอนุรักษ์เข้มงวดทั้งหมด มีการทำป่าไม้แบบยั่งยืน

สัตว์ป่าเด่น: กวางแดง หมูป่า และนกหลากชนิดในป่าสน สปรูซ และบีช

มีชื่อเสียงด้านวัฒนธรรมพื้นบ้านและการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ

16. เขตสงวนป่าสินหราชา — หัวใจสีเขียวของศรีลังกา

ที่ตั้ง: ประเทศศรีลังกา

ขนาดพื้นที่: ประมาณ 89 ตารางกิโลเมตร (เล็กแต่มีความสำคัญทางชีวภาพสูงมาก)

สถานะการอนุรักษ์: มรดกโลกยูเนสโกและเขตสงวนชีวมณฑล ได้รับการคุ้มครองอย่างเข้มงวด

สัตว์ป่าเด่น: ลิงหน้าม่วง นกกวัก และเสือดาวศรีลังกา

มีสิ่งมีชีวิตเฉพาะถิ่นของศรีลังกากว่า 50% อาศัยอยู่ในป่าแห่งนี้

17. อุทยานแห่งชาติป่าบาวาเรีย — ต้นแบบการฟื้นฟูป่าของยุโรป

ที่ตั้ง: ประเทศเยอรมนี (ต่อเนื่องกับป่าชูมาวาฝั่งสาธารณรัฐเช็ก)

ขนาดพื้นที่: อุทยานฝั่งเยอรมนีราว 242 ตารางกิโลเมตร รวมกับฝั่งเช็กกว่า 900 ตารางกิโลเมตร ถือเป็นผืนป่าต่อเนื่องที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปกลาง

สถานะการอนุรักษ์: อุทยานแห่งชาติที่ปล่อยให้ป่าฟื้นตัวตามธรรมชาติ (rewilding)

สัตว์ป่าเด่น: ลิงซ์ยูเรเชีย หมาป่า และหมูป่า

ตัวอย่างความสำเร็จของการฟื้นฟูป่าหลังการระบาดของแมลงเจาะไม้

18. ป่าเซียร์รามาดรีออกซีเดนตัล — เทือกป่าภูเขาของเม็กซิโก

ที่ตั้ง: ภาคตะวันตกของประเทศเม็กซิโก

ขนาดพื้นที่: ทอดยาวตามแนวเทือกเขากว่า 1,500 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่รวมหลายแสนตารางกิโลเมตร

สถานะการอนุรักษ์: มีเขตอนุรักษ์กระจายอยู่หลายแห่ง แต่ไม่ได้รับการคุ้มครองอย่างครอบคลุมทั้งหมด

สัตว์ป่าเด่น: เสือจากัวร์ พูมา นกมาคอว์ทหาร

แนวเชื่อมต่อความหลากหลายทางชีวภาพที่สำคัญของเม็กซิโก และเป็นแหล่งต้นน้ำหลักของภูมิภาค

19. ป่าเขตอบอุ่นออสเตรเลียตะวันออก

ที่ตั้ง: รัฐนิวเซาท์เวลส์ ควีนส์แลนด์ และวิกตอเรีย ประเทศออสเตรเลีย

ขนาดพื้นที่: ครอบคลุมพื้นที่รวมหลายแสนตารางกิโลเมตร โดยส่วนที่ขึ้นทะเบียนมรดกโลก “Gondwana Rainforests of Australia” มีพื้นที่ราว 3,665 ตารางกิโลเมตร

สถานะการอนุรักษ์: บางส่วนเป็นมรดกโลกยูเนสโก และมีอุทยานแห่งชาติหลายแห่ง

สัตว์ป่าเด่น: โคอาลา จิงโจ้ นกไลร์เบิร์ด

เผชิญภัยคุกคามจากไฟป่ารุนแรงที่เกิดถี่ขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

20. ป่าฝนมาดากัสการ์ (ฝั่งตะวันออก) — เกาะแห่งสิ่งมีชีวิตเฉพาะถิ่น

ที่ตั้ง: ประเทศมาดากัสการ์

ขนาดพื้นที่: พื้นที่มรดกโลก “Rainforests of the Atsinanana” ครอบคลุมอุทยาน 6 แห่ง รวมประมาณ 4,790 ตารางกิโลเมตร

สถานะการอนุรักษ์: มรดกโลกยูเนสโก ครอบคลุมอุทยานแห่งชาติสำคัญ เช่น มาโซอาลาและรานอมาฟานา

สัตว์ป่าเด่น: ลีเมอร์ กิ้งก่ากาเมเลียน และต้นบาวบับ โดยกว่า 90% ของสิ่งมีชีวิตในมาดากัสการ์เป็นชนิดเฉพาะถิ่น

หนึ่งในระบบนิเวศที่ถูกคุกคามมากที่สุดในโลก จากการทำไร่เลื่อนลอยและการตัดไม้ทำลายป่า

สรุป

แม้อัตราการตัดไม้ทำลายป่าของโลกจะชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับ 20-30 ปีก่อน แต่โลกยังคงสูญเสียพื้นที่ป่าสุทธิหลายล้านเฮกตาร์ทุกปี โดยเฉพาะในเขตร้อนซึ่งเป็นแหล่งความหลากหลายทางชีวภาพสูงที่สุด ป่าทั้ง 20 แห่งที่กล่าวถึงในบทความนี้ ล้วนมีบทบาทสำคัญต่อสภาพภูมิอากาศโลก วัฏจักรน้ำ และการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตนับล้านสายพันธุ์ การอนุรักษ์ป่าเหล่านี้ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นเงื่อนไขสำคัญต่อความมั่นคงทางภูมิอากาศและอนาคตของมนุษยชาติ

แหล่งอ้างอิง